แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร้านค้าปลีก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร้านค้าปลีก แสดงบทความทั้งหมด

30 มิถุนายน 2564 @ โครงการคงเหลือ ๑ ตอนที่ 2/4 ตัวอย่างที่ 3/8 เอกสารการยื่นเรื่องยืมเงินสำหรับประกอบอาชีพ "ร้านค้าปลีก" ของสมาชิก 8 รายแรก

สวัสดีครับทุกท่าน สำหรับสมาชิกกลุ่มแรก คุณเพ็ญศรี ฆารสินธุ์ ปกติเปิดร้านค้าปลีก อยู่แล้ว มีคนพิการอยู่ในครอบครัว จึงเข้าร่วมเป็นสมาชิก WO และตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ "คงเหลือ" เพื่อยืมเงิน 30,000 บาท มาจัดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เข้าร้านค้าปลีก เพื่อให้ร้านค้ามีสินค้าเต็มร้าน เราทุกคนเอาใจช่วยให้คุณเพ็ญศรี ฆารสินธุ์ ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ ทางองค์กร WO ขอนำข้อมูลการยื่นเรื่องในการยืมเงินในโครงการ "คงเหลือ ๑" มาเผยแพร่ให้เป็นตัวอย่างที่ดี กับทุกๆ ท่าน โดยเฉพาะครอบครัวคนพิการ ที่เราถือว่าทุกท่านเป็นคนในครอบครัวเดียวกันครับ

โครงการ "คงเหลือ ๑" เกิดขึ้นได้ มาจากสมาชิกทสุกท่านที่ร่วมกันลงทุน แต่สถานการณ์ไม่สามารถลงทุนได้ จึงนำเงินลงทุนมาประกาศให้สมาชิกที่มีความต้องการนำเงินนี้ไปลงทุนประกอบอาชีพ ซึ่งมีส่งใบรายละเอียดเสนอการประกอบอาชีพเข้ามา 8 ราย ทางเราจึงขอทยอย นำเสนอข้อมูลของทุกราย ใน 8 ตอนย่อย เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับสมาชิกท่านอื่นๆ ที่เราจะเปิดรับสมัคร "โครงการคงเหลือ ๒" ต่อไปครับ

สำหรับโครงการส่งเสริมอาชีพ ของคุณเพ็ญศรี ฆารสินธุ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจบุญ คุณปัญญา พุทธิชูโรจน์ โดยจะบริจาคผลตอบแทน ให้กับทางองค์กร WO เพื่อนำไปใช้ส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิกท่านอื่นต่อไป  ซึ่งเราจะได้นำบทสัมภาษณ์คุณปัญญา พุทธิชูโรจน์ มาแบ่งปันให้ทุกท่านได้อ่านกัน ในโอกาสต่อไปครับ


เราขอนำเอกสารสำคัญ สัญญายืมเงิน ใบรายละอียดโครงการ ภาพถ่ายตลอดการดำเนินการ และใบเสร็จรับเงิน ต่างๆ มาแบ่งปันให้ผู้อ่านทุกท่านได้ ร่วมกันเรียนรู้ และลองนำไปทดลองปฏิบัติ หากผู้อ่านมีองค์กรเพื่อคนพิการ และมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือครอบครัวคนพิการ เฉกเช่นองค์กร WO ของพวกเรา ที่นับวันจะหาได้น้อยมากในประเทศไทย พวกเราช่วยเหลือกันเอง "ครอบครัวคนพิการช่วยคนพิการ" เพราะประเทศไทยหาองค์กรที่มีความตั้งใจจะช่วยครอบครัวคนพิารอย่างแท้จริง น้อยลงทุกวันๆ ครับ

















































ทางองค์กร WO หวังตัวอย่างที่ได้ลงเผยแพร่จะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน สำหรับสมาชิกรายใหม่ที่สนใจจะเข้าร่วมกับเรา รบกวนรอหลังสงกรานต์ จึงจะเปิดรับสมาชิกใหม่ เพื่อร่วมอุดมการณ์ในการแก้ปัญหาเรื่อง การประกอบอาชีพสำหรับครอบครัวคนพิการ หลายจังหวัดมีปัญหาเรื่องการกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นสิทธิคนพิการตาม พรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีความล่าช้า รอนาน บางจังหวัดรอมา 2 ปียังไม่ได้เสียที และมีเยอะมากๆ ที่ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ มาตราฐานด้านเอกสารเยอะมากๆ จนต้องใช้ประโํยคว่า "ถ้าจะเอาหลักฐานขนาดกู้กับธนาคาร คนพิการจะมีปัญญาทำได้ยังไง"

เมื่อหน่วยงานรัฐตั้งกฎเกณฑ์ หรือ กฎกู ขึ้นมาให้คนพิการกู้เงินกองทุนฯ ยากขึ้น พวกเราจึงต้องรวมตัวกันเอง ช่วยเหลือกันเอง และตามความจริง บางจังหวัดข้าราชการยังทุจริตคอรัปชั่นอีก เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ หักหัวคิวคนพิการอีก ใครไม่ให้ก็ไม่อนุมัติ ใครให้ก็อนุมัติง่าย ยังคงหากินกับคนพิการแบบผิดๆ ไม่เลิก พวลกเราจึงทนสภาพความเลวร้ายนี้ไม่ไหว ลุกขึ้นสู้กับโชคชะตา ที่ประเทศไทยเรา นับวันยิ่งแย่กับ หนอนทุจริตคอรัปชั่นพวกนี้ (ลิงก์ข่าวทุจิต จนท.รัฐ ของกรม พก. กองทุนสงเสริมคนพิกรฯ โกงเงินกู้ยืมคนนพิการเสียเอง https://www.naewna.com/local/553518 )

ซึ่งขณะนี้ทาง WO ได้เปิดให้สมาชิกทุกท่านน เสนอโครงการประกอบอาชีพเข้ามาได้เรื่อยๆ นะครับ เพราะเราพร้อมที่จะเปิดพิจารณาโครงการ "คงเหลือ ๒" ต่อไปเลย ในเร็วๆ นี้ครับ


28 มิถุนายน 2564 @ โครงการ MAMA model ส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการ (พนักงานบริษัทมาม่า) ตอนที่ 30/31 @ ส่งเสริมอาชีพ ร้านค้าปลีก จังหวัดน่าน

สวัสดีครับทุก่าน สำหรับบทความชุด 31 ตอนนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประเทศไทย ในการส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการ เพราะเรามองเป็นองค์รวม เราไม่แยกคนพิการออกจากครอบครัวของเขา และบริษัท/ สถานประกอบการ ที่นับเป็นต้นแบบแรกของไทยก็ว่าได้ คือ บริษัทมาม่า หรือชื่อเต็มคือ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) นั่นเอง โดยใช้กระบวนการในการคัดเลือกและมอบสิทธิคนพิการให้กับ "พนักงานของมาม่า" โดยตรง เราจึงตั้งชื่อโครงการนี้ให้สั้นลงและสื่อถึงการเป็นต้นแบบให้กับสถานประกอบการอื่นว่า "มาม่าโมเดล" (MAMA model) 

สำหรับรายละเอียดของ "มาม่าโมเดล" สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้

เรามาพบกับตอนที่ 30/31 ซึ่งเป็นครอบครัวที่ทาง บริษัทมาม่า มีการเกณฑ์การพิจารณา มอบโอกาสส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการ ให้กับพนักงานมาม่า โดยในปี 2564 ที่พิจารณาเต็มทั้งระบบ โดยพิจารณาจาก คนพิการควรเป็น "คุณพ่อ คุณแม่ พี่น้อง สามีภรรยา และลูก" ของพนักงานมาม่า หากช่วยเหลือส่งเสริมอาชีพจนครบจำนวนแล้ว จึงจะพิจารณาความสัมพันธ์ "ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา หลาน" ของพนักงานมาม่าในลำดับต่อๆ ไป ครับ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า สถานประกอบการทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องนำสิ่งดีๆ นี้ สิทธิคนพิการนี้ ที่มีมูลค่า 114,245 บาท ไปผ่านสมาคมมูลนิธิคนพิการบางแห่ง ที่ทุจริตคอรัปชั่นสิทธิคนพิการ ทำให้ได้รับสิทธิไม่เต็มจำนวน บางรายได้น้อยมาก 3,000- 5,000 บาท เท่านั้น หรือบางรายอาจไม่ได้แม้แต่บาทเดียว เพราะถูกปลอมลายเซ็นต์ครั



ดังนั้นในตอน 30/31 จึงเป็นครอบครัวคนพิการ ที่เป็นอดีตพนักงานมาม่า ที่ประสบอุบัติเหตุจนนอนติดเตียง ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว อันเนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนนอย่างสาหัส คุณพ่อคุณแม่ เป็นคนดูแลอยู่ตลอดเวลา บริษัทมาม่าได้ให้การสนับสนุนครอบครัวนี้มาหลายปีแล้ว เพราะผู้บริหารมีนโยบายที่จะช่วยเหลือสนับสนุนอดีตพนักงานในลำดับแรก อาจเรียกได้ว่าครอบครัวพนักงานบริษัทมาม่าครอบครัวนี้ เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ "มาม่าโมเดล" (MAMA model) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปี 2564 นี้ครับ ผู้อ่านทุกท่านตามอ่านรายละเอียดที่ถูกต้องตามกฎหมายไปด้วย ได้ศึกษาตัวอย่างจริงไปด้วยครับ

ลำดับแรก เราขอนำเสนอเอกสารโครงการที่ถูกต้องในการยื่นเรื่องขอใช้สิทธิตามมาตรา 35 พรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ประกอบด้วย สัญญาโครงการ+หนังงสือยื่นขอใช้สิทธิมาตรา 35 ของคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ กกจ.พก.1+สำเนาบัตรทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ และในกรณีนี้คนพิการพิมพ์ลายนิ้วมือ จึงต้องมีสำเนาบัตรประชาชนคนเซ็นต์ชื่อรับรองลายนิ้วมือด้วยครับ และสุดท้ายต้องมี "ใบรายะเอียดโครงการ" แต่ผมขอนำไปเขียนในบทความใหม่อีกชุดหนึ่งให้ทุกท่านทราบเพื่อเป็นแนวทางที่ถูกต้องและถูกกฎหมายต่อไปครับ



ลำดับที่สอง เป็นภาพถ่าย ระหว่างการดำเนินงาน ประกอบด้วย หน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ได้รับเงิน+ภาพถ่ายระหว่างดำเนินการ เช่น การไปซื้อสินค้าเข้าร้าน+ภาพถ่ายที่ดำเนินการเสร็จแล้ว+ภาพถือป้ายได้รับมองเงิน 114,245 บาท ที่ได้รับจากบริษัทมาม่า กรณีนี้คือ ครอบครัวผู้ใช้สิทธิ์ กำลังซื้อสินค้าสำหรับร้านค้าปลีก ที่ห้างแม็คโคร และที่อื่นๆ มีคนมาจัดส่ง และภายในร้านค้า ที่จังหวัดน่าน โดยมีการปรับปรุงร้านแล้ว ที่บ้านของตัวเอง

















ลำดับที่ 3 ลำดับสุดท้ายในการนำเสนอข้อมูลที่ต้องเรียกว่า สำคัญมากๆ คือ การแสดงใบเสร็จรับเงิน หรือ ใบรับเงิน ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกรณี "ใบรับเงิน" ของโครงการ ต้องมีสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงิน และสำเนาทะเบียนการค้า (ถ้ามี) มาให้ครบถ้วน หากร้านค้าใดไม่มีการออกใบรับเงิน/ใบเสร็จรับเงิน ให้กับผู้ใช้สิทธิ์ (ผู้ซื้อ) ต้องแจ้งความ ลงบันทึกประจำวัน มาแสดงแทน อันเป็นการแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจที่ดำเนินการใช้จ่ายซื้อสินค้า วัสดุ อุปกรณ์ ครบถ้วนไม่น้อยกว่า 114,245 บาท ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ครับ


















สำหรับโครงการ MAMA model ส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการ (พนักงานบริษัทมาม่า) ตอนที่ 30/31 @ ร้านค้าปลีก จังหวัดน่าน เป็นอีกตัวอย่างที่ถูกต้อง ถูกกฏหมาย คนพิการ/ ผู้ดูแลคนพิการ/ ครอบครัวคนพิการ ได้รับสิทธิครบถ้วน มูลค่า 114,245 บาท ผมอยากให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะสถานประกอบการทั่วประเทศ ดูไว้เป็นตัวอย่าง เพราะหากท่านนำโครงการดีๆ แบบนี้ ไปผ่านสมาคมคนพิการ มูลนิธิคนพิการ ที่ทุจริตคอรัปชั่น บริษัทของท่าน ก็จะตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะกระทำผิดกฎหมาย ต้องไปจ่ายเงินซ้ำเข้ากองทุนส่งเสริมคนพิการฯ พร้อมดอกเบี้ยค่าปรับ 

ต้องขอขอบพระคุณผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารทุกฝ่าย จนท.ฝ่ายบุคคล ทุกท่าน ทุกโรงงานของบริษัทมาม่า ที่ได้ทุ่มเท ร่วมมือกันจน โครงการ MAMA model ส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการ (พนักงานบริษัทมาม่า) ประสบความสำเร็จ จนเป็นต้นแบบสำคัญให้กับสถานประกอบการทั่วประเทศ และเป็นการช่วยเหลือครอบครัวคนพิการให้ได้รับสิทธิครบถ้วนเ ตามมูลค่า 114,245 บาท อย่างแท้จริง ครับ

"ดับบลิวโอ WO ของเรา พร้อมให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง ถูกกฎหมาย กับสถานปรจะกอบการทุกแห่งครับ

ผู้จัดการ องค์กรดับบลิวโอ
คนทุพพลภาพมืออาชีพ
086-314-7866